computer 1 bit
http://siranat54362623.blogspot.com/2014/05/blog-post.html?m=1
วันศุกร์ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2557
วันเสาร์ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2557
Software Engineering vs Computer Science
Computer Science
เป็นหลักวิชาที่มุ่งเน้นทางด้านทฤษฎี และวิธีการทางคอมพิวเตอร์ และระบบซอฟต์แวร์ในเชิงลึก ซึ่งเป็นความรู้พื้นฐานที่จาเป็นที่จะเอาไปประยุกต์ใช้งาน
Software Engineering
เป็นวิชาที่ว่าด้วยปัญหาในทางปฏิบัติของการผลิตซอฟต์แวร์ ไม่ว่าจะเป็นการบริหารจัดการทรัพยากร การออกแบบระบบหรือซอฟต์แวร์ การเลือกเทคโนโลยี ผลกระทบของสภาพแวดล้อมที่มีต่อระบบ การประมาณการด้านต่างๆ การทดสอบ การประกันคุณภาพ และการบารุงรักษาระบบ ดังนั้นจึงจาเป็นต้องอาศัยพื้นฐานความรู้บางอย่างจาก Computer Science ด้วย
ที่มา http://www.youtube.com/watch?v=bFmThPwKRGUhttp://www.beartai.com/webboard/index.php?topic=42681.0;wap2
วันเสาร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2557
ให้เช็คดูว่ามี PipeLine อะไร และเกิดHazardชนิดไหนบ้าง
ชิป Apple A6 นั้น ไม่น่าจะใช่ Cortex A15 ครับ แต่เป็นชิปเซ็ทแบบ ARM ที่ Apple เป็นผู้ออกแบบเอง และใช้สถาปัตยกรรมการผลิตที่ 32 นาโนเมตร ซึ่งการออกแบบเองเช่นนี้ ทำให้ Apple สามารถกำหนดสเปคที่เหมาะสม เพื่อให้การประมวลผลออกมายอดเยี่ยมที่สุดนั่นเอง แต่น่าเสียดายครับที่ตอนนี้ ทาง Anantech ยังไม่สามารถหาข้อมูลเกี่ยวกับ Apple A6 มาได้เพิ่มเติม เนื่องจากยังไม่มี ไอโฟน 5 (iphone 5) อยู่ในมือ แต่คาดว่า ชิป Apple A6 นั้น น่าจะเป็นซีพียูแบบ Dual-core Processor แทนที่จะเป็นแบบ Quad-core Processor ซึ่งถ้าหากใครอยากได้ iPhone ที่รองรับชิปประมวลผลแบบ Quad-core processor อาจจะต้องรอ iphone รุ่นหน้าครับ
เกิดdata Hazard and control hazards
http://www.tukkaeit.com/showthread.php?t=6112
http://en.wikipedia.org/wiki/Apple_A6
http://www.techmoblog.com/A6-chip-in-Apple-iPhone-5-is-a-custom-design-1GB-of-RAM/
http://applenewsthailand.blogspot.com/2012/09/news-apple-a6-cpu-dual-core-gpu-triple.html
http://www.arm.com/files/pdf/at-exploring_the_design_of_the_cortex-a15.pdf
ชิป Apple A6 นั้น ไม่น่าจะใช่ Cortex A15 ครับ แต่เป็นชิปเซ็ทแบบ ARM ที่ Apple เป็นผู้ออกแบบเอง และใช้สถาปัตยกรรมการผลิตที่ 32 นาโนเมตร ซึ่งการออกแบบเองเช่นนี้ ทำให้ Apple สามารถกำหนดสเปคที่เหมาะสม เพื่อให้การประมวลผลออกมายอดเยี่ยมที่สุดนั่นเอง แต่น่าเสียดายครับที่ตอนนี้ ทาง Anantech ยังไม่สามารถหาข้อมูลเกี่ยวกับ Apple A6 มาได้เพิ่มเติม เนื่องจากยังไม่มี ไอโฟน 5 (iphone 5) อยู่ในมือ แต่คาดว่า ชิป Apple A6 นั้น น่าจะเป็นซีพียูแบบ Dual-core Processor แทนที่จะเป็นแบบ Quad-core Processor ซึ่งถ้าหากใครอยากได้ iPhone ที่รองรับชิปประมวลผลแบบ Quad-core processor อาจจะต้องรอ iphone รุ่นหน้าครับ
เกิดdata Hazard and control hazards
http://www.tukkaeit.com/showthread.php?t=6112
http://en.wikipedia.org/wiki/Apple_A6
http://www.techmoblog.com/A6-chip-in-Apple-iPhone-5-is-a-custom-design-1GB-of-RAM/
http://applenewsthailand.blogspot.com/2012/09/news-apple-a6-cpu-dual-core-gpu-triple.html
http://www.arm.com/files/pdf/at-exploring_the_design_of_the_cortex-a15.pdf
วันเสาร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557
Week 4
Chapter 1Computer Abstractions and Technology
ระดับของProgram Code
Technology Trends
กฎของมัวร์ (Moore's Law)
แนวโน้มcomputers smarphones tablets
ที่มาhttp://www.businessinsider.com/smartphone-and-tablet-penetration-2013-10
CPU Time
CPU Time = CPU Clock Cycles x Clock Cycle Time
= CPU Clock Cycles/Clock Rate
Instruction Count and CPI
Clock Cycles = Instruction Count x Cycles per Instruction
CPU Time = Instruction Count x CPI x Clock Cycle Time
= (Instruction Count x CPI) /Clock Rate
CPI in More Detail
Performance Summary
CPU Time = (Instructions/Program) x (Clock cycles/Instruction) x (Seconds/Clock cycle)
Chapter 1Computer Abstractions and Technology
ระดับของProgram Code
Technology Trends
กฎของมัวร์ (Moore's Law)
อธิบายถึง ปริมาณของทรานซิสเตอร์บนวงจรรวม โดยจะเพิ่มเป็นเท่าตัวประมาณทุก ๆ สองปี กฎนี้ได้ถูกพิสูจน์อย่างต่อเนื่องมาแล้วกว่าครึ่งศตวรรษ และคาดว่าจะใช้ได้จนถึงปี 2015 หรือ 2020 หรืออาจมากกว่านั้น
ความสามารถของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มากมาย เป็นไปตามกฎของมัวร์อย่างเห็นได้ชัด เช่น ความเร็วประมวลผล ความจุของแรม เซ็นเซอร์ หรือแม้แต่จำนวนพิกเซลของกล้องดิจิทัล ทั้งหมดนี้เป็นข้อมูลสนับสนุนอย่างคร่าว ๆ (ยังมีกฎอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องเช่นราคาต่อหน่วย) การพัฒนาของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ มีผลต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ กฎของมัวร์ได้อธิบายแรงการขับเคลื่อนของเทคโนโลยี ตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 20 ไปจนถึงต้นศตวรรษที่ 21
Manufacturing ICsแนวโน้มcomputers smarphones tablets
ที่มาhttp://www.businessinsider.com/smartphone-and-tablet-penetration-2013-10
CPU Time
CPU Time = CPU Clock Cycles x Clock Cycle Time
= CPU Clock Cycles/Clock Rate
Instruction Count and CPI
Clock Cycles = Instruction Count x Cycles per Instruction
CPU Time = Instruction Count x CPI x Clock Cycle Time
= (Instruction Count x CPI) /Clock Rate
CPI in More Detail
Performance Summary
CPU Time = (Instructions/Program) x (Clock cycles/Instruction) x (Seconds/Clock cycle)
วันเสาร์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2557
Week 3
1.แปลง - 29.2567 ฐาน 10 16 bits บนคอมพิวเตอร์ 32 bits แบบ Little-Endian
(Sign = 1 ,Exp = 15, M = 10)
ฐาน10 ฐาน 2
29 -> 1 1101
.2567 -> .0100 0001
จะได้ -> 1.1101 0100 0001 * 2^4
Biased Exponent = 15 + 4 -> 10011
1101 0100 00|01 ปัดเศษให้เหลือ 10 bit
<----------|---------->
-1.00 -0.10 0.00
Significant (Round toward 0) = 1101 0100 00 = D40h
Significant (Round toward +infinity) = 1101 0100 00 = D40h
Significant (Round toward –infinity) = 1101 0100 01 = D44h
Significant (Round to nearest, tie away from 0) = 1101 0100 00 = D40h
Significant (Round to nearest, tie to even) = 1101 0100 00 = D40h
_________________________________
|Sign |Biased Exponent | Significant |
-----------------------------------------------------------
1 1 0011 1101 0100 00
- 29.2567 = 1100 1111 0101 0000(16bit)
= CF 50(16bit)
= 00 00 CF 50(32bit)
= 50 CF 00 00 (Little-endian 32-bit)
2.
Input 1 Input 2 output
0 0 0 (0V)
1 0 0>X>1(ประมาณ2.5V)
0 1 0>X>1(ประมาณ2.5V)
1 1 1 (5V)
3. ARM
โหลดที่
ARM CPU คืออะไร?
ที่มาhttp://www.techz500.com/?p=1661
4.MIPS
โหลดที่นี้
MIPS CPU คืออะไร?
มิปส์ (MIPS) ซึ่งเป็นหน่วยวัดความสเร็วในการประมวลผลของซีพียูในในคอมพิวเตอร์ระดับกลางขึ้นไปคะ โดย 1 MIPS จะสามารถประมวลผลได้หนึ่งล้านคำสั่งต่อวินาที (Million Instruction Per Second) หน่วยวัดแบบมิปส์นี้จะมีความเที่ยงตรงกว่าหน่วยวัดความเร็วแบบ Clock Speed ที่ใช้ในไมโครคอมพิวเตอร์อีกด้วย
ที่มา http://www.electoday.com/
1.แปลง - 29.2567 ฐาน 10 16 bits บนคอมพิวเตอร์ 32 bits แบบ Little-Endian
(Sign = 1 ,Exp = 15, M = 10)
ฐาน10 ฐาน 2
29 -> 1 1101
.2567 -> .0100 0001
จะได้ -> 1.1101 0100 0001 * 2^4
Biased Exponent = 15 + 4 -> 10011
1101 0100 00|01 ปัดเศษให้เหลือ 10 bit
<----------|---------->
-1.00 -0.10 0.00
Significant (Round toward 0) = 1101 0100 00 = D40h
Significant (Round toward +infinity) = 1101 0100 00 = D40h
Significant (Round toward –infinity) = 1101 0100 01 = D44h
Significant (Round to nearest, tie away from 0) = 1101 0100 00 = D40h
Significant (Round to nearest, tie to even) = 1101 0100 00 = D40h
_________________________________
|Sign |Biased Exponent | Significant |
-----------------------------------------------------------
1 1 0011 1101 0100 00
- 29.2567 = 1100 1111 0101 0000(16bit)
= CF 50(16bit)
= 00 00 CF 50(32bit)
= 50 CF 00 00 (Little-endian 32-bit)
2.
Input 1 Input 2 output
0 0 0 (0V)
1 0 0>X>1(ประมาณ2.5V)
0 1 0>X>1(ประมาณ2.5V)
1 1 1 (5V)
3. ARM
ARM CPU คืออะไร?
ในโลกของการออกแบบ CPU นั้นจะมีอยู่ 2 แบบใหญ่ๆคือ RISC และ CISC
CISC ย่อมาจาก Complex Instruction Set Computer คือ CPU ที่เวลาเราป้อนคำสั่งไป 1 คำสั่ง มันสามารถทำงานได้หลายอย่าง เช่น 1คำสั่งที่ส่งไป ทำให้ CPU โหลดข้อมูลจาก memory , ทำการคำนวณ และก็เก็บผลลัพท์กลับไปไว้ใน memory ได้ , ตัวอย่าง CPU ที่เป็นแบบ CISC ก็คือ CPU ของ Intel ทั้งหมดที่ใช้สถาปัตยกรรมแบบ x86
RISC คือ Reduced Instruction Set Computer เป็น CPU ที่เกิดขึ้นภายหลัง โดยการออกแบบนั้นจะเน้นที่การลดจำนวนชุดคำสั่งลง คำสั่งแต่ละคำสั่งทำงานได้ 1 อย่างเท่านั้น และมีเพียงเฉพาะคำสั่ง load และ store ที่สามารถติดต่อกับ memory ภายนอกได้(RAM) ชุดคำสั่งที่เหลือจะติดต่อกับ Register (memory ภายในตัว CPU)เท่านั้น … จากแนวคิดนี้ ทำให้ CPU แบบ RISC สามารถออกแบบได้ง่ายขึ้น สามารถออกแบบให้มีประสิทธิภาพได้สูงสุด และที่สำคัญทำให้จำนวนทรานซิสเตอร์ที่อยู่ภายในน้อยลงอย่างมากเมื่อเทียบกับ CISC เลยเป็นผลทำให้ RISC กินไฟน้อยและมีขนาดเล็ก … แต่ก็มีข้อเสียคือ การเขียนโปรแกรมจะยุ่งยากกว่าเพราะต้องเขียนคำสั่งมากกว่า และ Complier ก็จะซับซ้อนกว่า
ARM ทำการออกแบบ CPU โดยใช้สถาปัตยกรรม RISC เป็นหลักและได้เพิ่มเติมความสามารถบางอย่างเข้าไปเพื่อให้ทำการกับ Hardware อันอื่นได้สูงสุด เขียนโปรแกรมแบบ loop ได้ง่ายขึ้น
ด้วยความที่ ARM CPU เป็น CPU ที่กินไฟน้อย จึงทำให้มันโด่งดังในตลาดอุปกรณ์เคลื่อนที่ต่างๆ , ในปี 2005 ประมาณ 98% ของมือถือทั้งหมดที่ขายทั้งปี (1000 ล้านเครื่อง) ต้องมี ARM CPU อย่างน้อยหนึ่งอัน อุปกรณ์เคลื่อนที่อื่นๆก็ใช้ ARM CPU อย่างแพร่หลาย เช่น PDA, Tablet, เครื่องเล่น mp3, เครื่องเล่นเกมส์แบบพกพา เครื่องคิดเลข hard disk และ Router
ARM CPU นั้นถูกพัฒนาโดยบริษัทชื่อว่า ARM (บริษัทแม่อยู่ที่อังกฤษ) ที่ทำการพัฒนาและออกแบบ CPU อย่างเดียว ไม่ได้ทำการผลิตเอง แต่จะถ่ายทอดสถาปัตยกรรม ARM CPU และขายใบอนุญาติใช้สิทธิบัตรไปยังบริษัทอื่นๆ เช่น Apple, Intel, LG, Marvell Technology Group, Microsoft, Nintendo, Nvidia, Sony, NXP, Qualcomm, Samsung, Sharp, Texas Instrument, …
อนาคตของ ARM CPU
Nvidia ตอนนี้ถือได้ว่ามาแรงแบบสุดๆเป็นผู้นำในการออกแบบและผลิต CPU แบบ ARM , CEO ของ Nvidia ได้ให้สัมภาษณ์ในงาน Asia-D ไว้อย่างชัดเจนถึง พื้นฐาน ARM CPU และอนาคตของมันไว้ว่า
ARM CPU นั้นกินไฟน้อย แบ่งได้เป็นสองแบบ
1. กินไฟระดับ mW ถึง 1 W ใช้ใน Smart phone ต่างๆ
2. กินไฟระดับ 5-7 W ใช้ใน Tablet ต่างๆ
แต่ในอุปกรณ์กินไฟมากๆอย่างเช่น notebook, หรือ ultrabook ที่กินไฟอย่างต่ำ 18W (Macbook Air) ตอนนี้ไม่สามารถใช้กับ ARM ได้ … nVidia มีแผนที่จะผลิต CPU สำหรับตลาดนี้โดยเฉพาะ โดยหวังว่าจะผลิต ARM CPU ที่เป็น 64 บิตกินไฟประมาณ 10W ชื่อว่า Denver (ต่อจาก Stark) ดังนั้นช่วงนี้เราจะเห็นข่าวดังๆอย่าง
- Server เริ่มหันมาใช้ ARM CPU เพราะประหยัดไฟมากกว่า
- Supercomputer จะใช้กับ ARM ได้
- และ Microsoft ก็เริ่มหันมาสนใจ ARM โดยกำลังพัฒนา Windows8 ให้สามารถใช้งานกับ ARM ได้
- Apple ในอนาคตมีแนวโน้มว่าจะใช้ ARM CPU ใน notebook ของ Apple เมื่อ ARM CPU เป็น 64 บิต (PowerPC CPU ที่ Apple เคยใช้เป็น RISC)
ที่มาhttp://www.techz500.com/?p=1661
4.MIPS
โหลดที่นี้
MIPS CPU คืออะไร?
มิปส์ (MIPS) ซึ่งเป็นหน่วยวัดความสเร็วในการประมวลผลของซีพียูในในคอมพิวเตอร์ระดับกลางขึ้นไปคะ โดย 1 MIPS จะสามารถประมวลผลได้หนึ่งล้านคำสั่งต่อวินาที (Million Instruction Per Second) หน่วยวัดแบบมิปส์นี้จะมีความเที่ยงตรงกว่าหน่วยวัดความเร็วแบบ Clock Speed ที่ใช้ในไมโครคอมพิวเตอร์อีกด้วย
ที่มา http://www.electoday.com/
วันเสาร์ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2557
Week 2
3.สำรวจอุปกรณ์ที่ตนเองมีอยู่ว่ารองรับรหัสอะไรบ้าง?
computer windows- unicode UTF-8 ,UTF-16,UTF-32
- ASCII
ที่มา http://www.unicode.org/standard/principles.html#What_Characters
http://www.jelks.nu/XML/ASCIIchart.html
ios phone
- unicode UTF-8
ที่มา http://www.galloway.me.uk/2012/10/character-encoding-for-ios-developers-utf8/
3.สำรวจอุปกรณ์ที่ตนเองมีอยู่ว่ารองรับรหัสอะไรบ้าง?
computer windows- unicode UTF-8 ,UTF-16,UTF-32
- ASCII
ที่มา http://www.unicode.org/standard/principles.html#What_Characters
http://www.jelks.nu/XML/ASCIIchart.html
ios phone
- unicode UTF-8
ที่มา http://www.galloway.me.uk/2012/10/character-encoding-for-ios-developers-utf8/
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)





